ประวัติของแฟลชไดร์ฟ

อุปกรณ์ที่ใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หลัก หรืออุปกรณ์เสริม นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น แป้นพิมพ์ก็จะใช้สำหรับป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ก็จะเป็นหน่วยแสดงผลชนิดหนึ่งที่ออกมาในรูปของแผ่นกระดาษ แต่จะมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณนิ้วมือ หรือบางอันก็จะเป็นรูปตัวการ์ตูนรูปร่างต่างๆ แตกต่างกันออกไป ถ้าคนที่ใช้งานบ่อยๆหรือมีความคุ้นเคยจะเรียกเจ้าสิ่งของชิ้นนี้ว่าแฟลชไดร์ฟซึ่งในวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเจ้าแฟลชไดร์ฟกันครับ
แฟลชไดร์ฟ (Flashdrive) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยใช้หน่วยความจำแบบแฟรช โดยขนาดของแฟลชไดร์ฟนั้นจะมีขนาดเล็ก สามารถพกพาได้อย่างสะดวก โดยประวัติความเป็นมาของเจ้าแฟลชไดร์ฟในยุคแรกตั้งแต่กลางปี 1980 มีต้นกำเนิดมาจากการเป็นหน่วยความจำแฟรช(Flash memory) ซึ่งจะเป็นแบบ NAND จะมีรูปร่างเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบางๆ มันถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Toshiba นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ของพวกเรานั่นเอง และจากนั้น USB Flash drives ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาช่วงปลายปี 1990 เปลี่ยนจากการใช้รูปแบบ NAND ที่จะเป็นสี่เหลี่ยม มีแผ่นทองแดงติดไว้ มาเป็น USB port ที่มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบันนั่นเองครับ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นตรงที่การเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟไม่ต้องใช้โปรแกรมเพิ่มเติมมาใช้เชื่อมต่อครับ โดยบริษัทที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับแฟลชไดร์ฟในขณะนั้น คือ Sandiskซึ่งทุกวันนี้ก็ยังอยู่นะครับบริษัทนี้ ส่วนเรื่องความจุของแฟลชไดร์ฟในยุคเริ่มแรกนั้น มีคามจุเพียง 8 เมกะไบต์ เท่านั้นเอง มาจากบริษัท IBM จากกนั้นก็ได้เริ่มพัฒนามาเป็น 16 เมกะไบต์, 64 เมกะไบต์ และ 128 เมกะไบต์ ซึ่งเริ่มมีความนิยมในการใช้งานมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่ไม่น้อย จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่แฟลชไดร์ฟมีความจุมากขึ้นจนเป็นหน่วยกิกกะไบต์แล้วโดยในช่วงแรกแฟลชไดร์ฟขนาด 1 GB นั้นก็ยังมีราคาที่แพงอยู่ มีความนิยมในกลุ่มผู้ที่ใช้งานเฉพาะๆ แต่ปัจจุบันราคาแฟลชไดร์ฟเริ่มถูกลง แต่ก็ยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากมายขึ้น ทำให้หลายคนสามารถเป็นเจ้าของแฟลชไดร์ฟเพื่อใช้งานได้มากขึ้นครับ
แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างดีเลยทีเดียว สามารถคัดลอกหรือเคลื่อนย้ายข้มูลคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้ง่าย และในปัจจุบันที่ราคาของแฟลชไดร์ฟลดลงจึงสามารถนำมาใช้งานกันได้อย่างทั่วถึงทุกคนครับ