ss-pa011

เผยเคลํดลับวิธีแก้ไขแฟลชไดร์ฟเมื่อมีไฟล์ที่ถูกซ่อน

เผยเคลํดลับวิธีแก้ไขแฟลชไดร์ฟเมื่อมีไฟล์ที่ถูกซ่อน

เชื่อว่าหลายคน คงเคยเจอปัญหา เมื่อจะใช้งานแฟลชไดร์ฟ แต่ปรากฏว่าเมื่อเปิดขึ้นมา แล้วหาไฟล์ที่ต้องการไม่เจอ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาการหาไฟล์ไม่เจอ เราเลยนำวิธีการแก้ไขไฟล์ในแฟลชไดร์ฟที่ถูกซ่อนอยู่ ให้กลับมาใช้ได้ดังเดิม และสามารถแก้ไขไฟล์ที่ซ่อนอยู่ครั้งต่อไปได้ด้วยตัวเองได้ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เองดังนี้
1. ต้องทราบที่อยู่ของแฟลชไดร์ฟ
ก่อนที่จะหาไฟล์ที่ถูกซ่อนอยู่ได้ เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าแฟลชไดร์ฟของเรานั้นอยู่ที่ไดร์ฟไหน โดยวิธีการดูก็ดูตรงที่ เวลาเราเสียบ มันแจ้งเตือนบอกว่าอยู่ตรงไหนนั่นเองเพื่อที่จะทำการเข้าไปแก้ไขข้อมูลตามพาทนั้นๆ เพราะถ้าหากไม่รู้ที่อยู่ของแฟลชไดร์ฟเราก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้
2. เปิดหน้าต่างแก้ไขขึ้นมา
เมื่อรู้แล้วว่าแฟลชไดร์ฟของเราอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นก็เปิดหน้า commandline ขึ้นมา เพื่อแก้ไขข้อความ โดยเปิดได้จากการกดปุ่มที่มีโลโก้ของวินโดวส์ที่อยู่ที่คีย์บอร์ด กดค้างไว้ แล้วกดที่ปุ่มตัวอักษร R แล้วพิมพ์ command prompt ลงไป เท่านี้ก็จะมีหน้าต่างสีดำ หรือหน้า command line ปรากฏขึ้นมาให้เราทำการแก้ไขได้
3. แก้ไขข้อความ
เมื่อได้หน้าต่างสีดำแล้ว จะมีข้อความว่า C:\User\(ชื่อของแต่ละเครื่อง)>ปรากฏอยู่ จากนั้นให้เราพิมพ์ไดร์ฟที่อยู่ของแฟลชไดร์ฟลงไปต่อท้าย แล้วกดปุ่ม Enter จากนั้นจะได้ว่า G:>แล้วให้เราพิมพ์ attrib –a –r –h –s/D/S ลงไปต่อท้าย
4. เช็คความถูกต้องของข้อความ
หากพิมพ์ข้อความต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าข้อมูล และไฟล์ต่างๆ ยังไม่ขึ้น เราต้องตรวจเช็คข้อมูลที่เราพิมพ์ไปอีกรอบ ว่าพิมพ์ผิด พิมพ์ตกที่ไหนบ้างหรือเปล่า หากไม่ได้พิมพ์ผิด ก็ต้องไปตรวจสอบที่ที่อยู่ของแฟลชไดร์ฟว่าใส่ที่อยู่ของไดร์ฟถูกหรือเปล่านั่นเอง
5. เช็คข้อมูลในแฟลชไดร์ฟอีกครั้ง
เพื่อความชัวร์ของข้อมูล เราควรถอดแฟลชไดร์ฟออก แล้วนำกลับมาเสียบใหม่อีกครั้ง เพื่อเช็คว่า ไฟล์และข้อมูลต่างๆ ที่เราได้แก้ไขไปแล้วนั้น กลับมาแสดงเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ เพื่อความเรียบร้อย และความแม่นยำของข้อมูลว่า เราได้ทำการแก้ไขหมดครบทุกๆ ไฟล์แล้วนะคะ
อาจจะเป็นวิธีที่ดูยุ่งยากไปนิด แต่หากมองที่การได้ไฟล์กลับมาก็ถือว่าคุ้มมากเลยทีเดียว เพราะบางครั้งปัญหาไฟล์ที่ถูกซ่อน จะทำให้หลายๆคนกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าข้อมูลโดนไวรัสกำจัด แต่เมื่อแก้ปัญหาตามวิธีนี้ จะทำให้รู้ว่าบางครั้งข้อมูลก็ยังคงอยู่ในแฟลชไดร์ฟ แต่ถูกซ่อนไว้เฉยๆ แค่นั้นเอง