flashdrive-hidden

แก้ปัญหา FLASH DRIVE…ไม่เห็นข้อมูล

แก้ปัญหา FLASH DRIVE…ไม่เห็นข้อมูล

Flash Drive เป็นอุปกรณ์ที่เรามักใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน เพื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลในการทำงาน และสิ่งที่ให้ความบันเทิง เมื่อใช้งานบ่อยสิ่งที่เรามักพบเจอกัน ก็คือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ Flash Drive นี้มองไม่เห็นข้อมูลที่เราได้ทำการบันทึกเอาไว้ หากใครเจอปัญหานี้อยู่เรามีคำตอบให้ท่าน ลองเอาข้อมูลดี ๆ นี้ไปใช้ดู เพื่อให้การทำงานของท่านจะได้ราบรื่น ไม่เกิดปัญหาแล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหาซื้อ Flash Drive ตัวใหม่มากใช้งานอีกด้วย
ปัญหาเรื่อง Flash Drive ตัวเก่งของเรามองไม่เห็นข้อมูล มีสาเหตุเกิดจากการติดไวรัสจนทำให้มองไม่เห็นข้อมูลใน Flash Drive ก่อนอื่นต้องทำการฆ่าไวรัสด้วยโปรแกรม Anti-Virus เสียก่อน เพราะถ้าไม่ฆ่าไวรัสก่อนเวลากู้ข้อมูลกลับมา ข้อมูลก็จะติดไวรัสอยู่ดี มีวิธีแก้ไขปัญหานี้ 2 วิธีลองเลือกวิธีที่ถนัดได้เลยครับ

วิธีที่ 1
1. เข้าไปที่ My Computer เพื่อดูว่า Windows เห็น Flash Drive เป็น Drive อะไร (สมมุติว่าเป็น Drive F)
2. คลิก ที่เมนู Start -> Programs -> Accessories -> Command Prompt (Start อยู่ที่มุมซ้ายด้านล่างของจอ)
3. จะขึ้นหน้าจอ Command Prompt สีดำ พิมพ์ F: แล้ว กดปุ่ม Enter
4. ต่อจากนั้น ให้พิมพ์ attrib *.* -s -h -a -r /d /s (เว้นช่องไฟด้วยนะครับ) แล้วกดปุ่ม Enter
5.รอซักครู่ Prompt ก็จะกลับมาเป็น F:>ให้ปิด Command Prompt ทิ้งเลย
6. เข้าไปที่ My Computer เลือกไปยัง Drive F แล้ว Copy ข้อมูลออกมาไว้ที่เครื่องก่อน (Copy เฉพาะข้อมูล)
7. Format Flash Drive แล้ว Copy ข้อมูลกลับไปใหม่
วิธีที่ 2
1. เข้าไปที่ My Computer–>Flash Drive ของเรา
2. คลิกแถบ Organize(มุมซ้ายบนหน้าจอ)–>Folder and Search Options–>View–>นำเครื่องหมาย”ถูกออก” ที่ช่อง []Hide protected operating system files และShow hidden files. folders. and drives ในช่องใกล้ๆกัน แต่จะอยู่ในHidden files and Folder.–>กดApply-OK ไปเลย
3. Copy ข้อมูลออกมาไว้ที่เครื่องก่อน (Copy เฉพาะข้อมูล)
4. Format Flash Drive แล้ว Copy ข้อมูลกลับไปใหม่
สรุปได้ว่า การแก้ปัญหาเรื่อง Flash Drive ตัวเก่งของเรามองไม่เห็นข้อมูลที่เราได้ทำการบันทึกไว้ มีสาเหตุเกิดจากFlash Drive ตัวเก่งของเราติดไวรัสทำให้คอมพิวเตอร์มองไม่เห็นข้อมูลภายใน จึงต้องทำการแก้ไขดังที่ได้บอกไปไม่ว่าจะทั้งข้อหนึ่ง หรือข้อสองควรทำบน Computer ที่ไม่ติดไวรัสเพื่อเป็นการกำจัดไวรัสจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาชั่วคราว คือเราก็ไม่สามารถใช้งานข้อมูลที่ได้บันทึกได้อีกอยู่ดี.