formatflashdrive

แฟลชไดร์ฟมีปัญหา แก้ง่ายๆ ด้วยการ Format

เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง แม้แต่อุปกรณ์ที่ทนทานอย่างแฟลชไดร์ฟก็อาจเกิดปัญหาจุกจิกขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเราไม่จำเป็นต้องซื้อแฟลชไดร์ฟใหม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง เพราะเราสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ไม่รุนแรงได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยวิธีที่เรียกว่าการ Format นั่นเอง
การ Format คือการล้างข้อมูลต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของแฟลชไดร์ฟออกจนหมด เปรียบเหมือนการเริ่มนับ 1 ใหม่อีกครั้ง ทั้งไวรัสและข้อมูลที่มีปัญหาจะถูกลบออกจากอุปกรณ์ไปจนหมด และทำให้เราสามารถกลับมาใช้งานแฟลชไดร์ฟได้ตามปกติ แต่ข้อควรระวังก็คือ หากในแฟลชไดร์ฟยังมีงานสำคัญๆ อยู๋ ก็ควรเซฟลงในคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะ Format เพราะไม่เช่นนั้นแล้วงานต่างๆ ก็จะถูกลบไปด้วย เพราะการ Format จะทำให้ข้อมูลทุกอย่างหายไปนั่นเอง และในวันนี้เราก็นำวิธี Format แฟลชไดร์ฟอย่างง่ายมาฝากทุกท่านตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ทำการเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์และแสกนไวรัสให้เรียบร้อยตามปกติ เพื่อป้องกันไวรัสในแฟลชไดร์ฟติดเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของเรา
2. คลิกไอคอนเพื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows explorer จากนั้นคลิกเม้าส์ขวาที่ไอคอน My computer แล้วทำการเลือกคำสั่ง Manage
3. เมื่อมีหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา ให้มองหาหัวข้อ Storage จากนั้นจึงคลิกเข้าไป และเลือกคำสั่ง Disk Management
4. ในหัวข้อคำสั่ง Disk Management ให้มองหารายชื่ออุปกรณ์ที่เป็นชื่อแฟลชไดร์ฟของเรา ซึ่งจะขึ้นเป็นชื่อไดร์ฟต่างๆ ต่างกันไปในเครื่องของแต่ละคน แต่จะมีจุดหนึ่งที่เหมือนกันคือคำสั่งด้านล่างชื่อแฟลชไดร์ฟที่ขึ้นว่า Removable
5. ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการ Format นั่นคือการคลิกเม้าส์ขวาไปที่ไดร์ฟของแฟลชไดร์ฟ จะเห็นเมนูที่ช่องด้านขวามือ หากมีคำว่า Unallocated ให้เราทำการคลิกขวาที่ช่องคำสั่งนั้นอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเลือกไปที่คำสั่ง New partition แล้วเลือกตอบตกลงเพื่อเริ่มทำการ Format
6. รอจนกว่าคอมพิวเตอร์ของเราจะทำการ Format แฟลชไดร์ฟจนเสร็จเรียบร้อย เพียงเท่านี้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงไวรัสและไฟล์ที่มีปัญหาก็จะถูกลบออกไปจนหมด
7. หากใครไม่ต้องการสำรองข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ไว้ก่อน ก็อาจใช้โปรแกรมช่วยอื่นๆ เพื่อแบ็คอัพข้อมูลในแฟลชไดร์ฟเอาไว้ แล้วจึงทำการกู้คืนเมื่อ Format เสร็จก็ได้เช่นกัน
การแก้ปัญหาด้วยวิธีการ Format นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องนำแฟลชไดร์ฟไปซ่อมที่ร้านหรือซื้อชิ้นใหม่ให้เปลืองเงิน แต่ทางที่ดูเราควรดูแลแฟลชไดร์ฟของเราให้ดีเพื่อยืดอายุการใช้งานจะดีกว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลสำคัญไปนั่นเอง