computer-mini

Mini PC คอมพิวเตอร์สมัยใหม่

ปกติแล้ว แนวคิดในเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์มักจะเป็นในแง่ที่ว่า ต้องมีขนาดที่ใหญ่ และสำหรับพวกอุปกรณ์อย่างโน๊ตบุ๊คถือว่าเป็นอะไรที่ไม่คู่ควรต่อการใช้งานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ หรือเป็นการ ทำงานหนักจริงๆจังๆ อาจจะเป็นเพราะ ลักษณะที่ไม่สามารถระบายอากาศได้ดี หรือ อาจจะเป็นเพราะ ลักษณะที่ไม่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากช่องหัวปลั๊กต่อ USB ที่เรามักจะใช้ในการโอนถ่ายข้อมูลด้วย แฟลชไดร์ฟ ไม่ว่าจะข้อไหนก็ตาม แนวคิดในเรื่องของ Mini PC ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ห่างไกลอยู่ดี แต่ถ้านั่นเป็นเมื่อ 10 ปี ที่แล้วนะ Mini PC ในยุคปัจจุบัน ไมว่าจะเป็นอย่างรุ่น Kangaroo Plus Mobile Desktop ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าประหลาดใจ หรือ จะน้องจิ๋วอย่าง Intel Computer Stick ซึ่งถึงแม้ว่าจะดูเล็กจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันยังมีออพชั่นพื้นฐานอย่าง ช่อง USB สำหรับการโอนถ่ายข้อมูลด้วย แฟลชไดร์ฟ ด้วยเหมือนกัน หรือถ้าหากว่าคุณเป็นนักพัฒนาอิสระแล้วล่ะก็ โครงการอย่าง Raspberry Pi ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการสร้าง Mini PC ด้วยตัวเองได้เหมือนกัน อย่างที่เราได้พูดถึงไปนั่นแหละ ว่าในยุคสมัยนี้ […]

flashdrivesdcard

แฟลชไดร์ฟ หรือ ไมโคร SD

เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว สื่อในการจัดเก็บข้อมูลระหว่าง ถูก-แพง คือ ดิสก์เก็ต-แผ่นซีดี/ดีวีดี แต่สำหรับในปัจจุบันนี้ เราได้เปลี่ยนไปกลายเป็นระหว่าง แฟลชไดรฟ์-ไมโคร SD แทน สำหรับบทความนี้เราจะมาว่าถึงการเปรียบเทียบ ตัวเก็บข้อมูลสองตัวให้หลังอ่าง แฟลชไดรฟ์ กับ ไมโคร SD ว่ามีความต่าง และความเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างไรได้บ้าง แฟลชไดร์ฟ ตามเทคนิคแล้ว USB แฟลชไดร์ฟ คือ ตัวรับส่งข้อมูลที่สามารถถอด-ใส่ได้ผ่านทางหัวปลั๊กเชื่อมต่อ USB โดยส่วนมากแล้ว แฟลชไดร์ฟ จะสามารถเข้ากันได้กับระบบส่วนใหญ่ที่มีหัวปลั๊ก USB ติดตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วินโดว์, แม็ค หรือ ลินุกซ์ก็ตามโดยข้อมูลที่สามารถจัดเก็บได้มีตั้งแต่ขั้นต่ำสุด 128 MB ถึง 1 TB ในยุคปัจจุบัน โดยหัวปลั๊กที่รองรับ แฟลชไดร์ฟ ในยุคปัจจุบันคือ หัวต่อแบบ 2.0 และ 3.0 ซึ่งที่หัวต่อแบบไหม่สุด จะช่วยทำให้การส่งถ่ายข้อมูลได้ไหวขึ้น และรวมไปถึงรับข้อมูลที่ต้องรับส่งได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งตัว แฟลชไดร์ฟ […]

11112222

E-Medias แนวคิดสำหรับสื่อสมัยใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่

หนังสือคือสื่อที่มีมาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณแล้ว โดยรูปแบบของหนังสือ คือการบันทึกเนื้อหา, ข้อมูลต่างๆ ลงไปบนแผ่นกระดาษก่อนที่จะไสหรือเย็บกระดาษเหล่านั้นให้เป็นรูปเล่ม ซึ่งหนังสือนั้นอยู่กับเรามานานมาก และพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆตามความก้าวหน้าของยุคสมัย แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การจะทำหนังสือนั้นต้องใช้กระดาษ ซึ่งนั่นหมายถึงการตัดต้นไม้มาเพื่อทำหนังสือขึ้นมา แต่สิ่งสำคัญที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้ ไม่ใช่เรื่องของ รักษณ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังจะพูดถึงทางเลือกใหม่ที่สามารถที่จะให้ประโยชน์ได้ทั้งกับผู้บริโภคและผู้ผลิตสื่อต่างหาก เราจะไม่เจาะลึกลงไปที่รายละเอียดข้อมูลแบบกราฟ หรืออะไรทำนองนั้นมาก แต่เราอยากลองให้ผู้อ่านลองคิดตามว่า ถ้าเราต้องการที่จะตีพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่ง เราต้องผ่านอะไรมาอย่างคร่าวๆบ้าง? สมมติว่าเราผ่านกระบวนการในการตรวจสอบเนื้อหาเรียบร้อยแล้ว เราต้องนำต้นไม้ไปผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นกระดาษ, กระดาษต้องถูกนำมาคัดแบ่งเป็นเกรดและขนาด, ต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์การพิมพ์, การพิมพ์เกิดขึ้น, กระดาษที่ถูกพิมพ์แล้วถูกจัดเข้ารูปเล่มไม่ว่าจะผ่านทางการไสกาวหรือการเย็บเป็นรูปเล่มก่อนที่จะถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการส่งออกไปจำหน่ายให้กับร้านหนังสือต่างๆ ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆที่กล่าวมาในที่นี้ ซึ่งยังไม่รวมถึงกระบวนการยิบย่อยอีกมากมาย ใช้ทั้งเวลาและเงินจำนวนไม่ใช้น้อยๆเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นไปอย่างลื่นไหล คราวนี้ลองจินตนาการดูซิว่า ถ้าหากเราเกิดตัดกระบวนการเหล่านี้ออกไป เราจะยังสามารถที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปถึงเหล่าผู้บริโภคได้หรือไม่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะไม่ แต่สมัยนี้ คำตอบคือ ใช่ ด้วย E- medias E – medias เป็นคำเรียกรวมๆของสื่อสมัยนี้ที่ผู้บริโภคสามารถที่จะเข้าถึงได้อย่างง่ายดายสืบเนื่องมาจากความรวดเร็วของการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการจัดเก็บข้อมูลที่ซื้อมาอย่าง แฟลชไดร์ฟ หรือจะจัดเก็บเอาไว้ใน “คลาวด์” ก็ได้เหมือนกัน และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยนี้ ขอเพียงแค่เรามีอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานกับ แฟลชไดร์ฟ เราสามารถที่จะมีห้องสมุดขนาดเล็กอยู่ใน แฟลชไดร์ฟ อันเล็กจิ๋วของเราได้ สำหรับในส่วนของผู้ผลิต ด้วยกระบวนการจัดจำหน่ายที่ถูกตัดออกไป […]

flashdrive-delete

เผลอลบไฟล์งานในแฟลชไดร์ฟไปแล้ว..ทำไงดี ?

แฟลชไดร์ฟ เป็นนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของเอกสาร รูปภาพ วีดีโอ เสียง ด้วยขนาดที่เล็ก พกพาสะดวก รวมถึงความเอนกประสงค์อันทรงพลังของแฟลชไดร์ฟ ทำให้มันได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย จนทุกวันนี้มันเป็นอุปกรณ์คู่ชีพของมนุษย์ไอทีทั้งหลาย การถูกนำมาใช้งานบ่อยและใช้อย่างหลากหลาย แน่นอนว่าย่อมที่จะมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ เราอาจจะมือเร็ว ตาลาย เผลอหรือพลาดไปลบไฟล์ใดไฟล์หนึ่งแบบไม่ได้ตั้งใจ และบังเอิญเหลือเกินที่ไฟล์นั้นดันเป็นไฟล์สำคัญที่ชนิดมีหนึ่งเดียวในโลก ถ้าหากหายไปนั่นหมายถึงอนาคตของเราจะดับวูบตามมันไปด้วย แต่สำหรับการบันทึกลงในแฟลชไดร์ฟ วิบากกรรมเหล่านี้มันจะผ่านพ้นไปได้ด้วยโปรแกรม RECUVA Pro ซึ่งเป็นเสมือนของวิเศษจากกระเป๋าโดเรม่อนกันเลยทีเดียว ขั้นตอนการกู้ไฟล์ในแฟลชไดร์ฟคืนด้วยโประแกรม RECUVA Pro เพื่อกู้ข้อมูล ที่เสียหายกลับมาอยู่ในแฟลชไดร์ฟดังเดิม มันง่ายแสนง่ายในการทำเรื่องพวกนี้แม้ว่าในอดีตเราจะไม่เคยพานพบประสบเจอกับการทำอะไรระดับเทพแบบนี้มาก่อน แต่ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แม่ค้าขายกล้วยทับน้ำกะทิอย่างเราๆก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองแบบเมินโปรแกรมเมอร์ไปได้เลย ขั้นตอนแรก เราต้องดาวน์โหลดโปรแกรม Recuva Pro มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน ซึ่งโปรแกรมนี้เราสามารถดาวน์โหลดฟรีตามเว็ปที่แจกโปรแกรมฟรีทั่วไป เมื่อดาวน์โหลดเสร็จให้ดูที่มุมล่างซ้ายมือ จะเห็นช่อง Recuva Pro เมื่อเอาเมาส์ไปแตะจะเห็นแถบโชว์ขึ้นมา ให้คลิกขวาตรง Show in folder จากนั้นเลือกที่โฟลเดอร์ Recuva Pro… คลิกขวาอีกทีเพื่อ เลือกที่ Extract to Recuva Pro เมื่อเข้าไปในโฟลเดอร์ […]

flash-drive-original-or-fake

ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูแฟลชไดร์ฟแท้ๆต้องดูตรงไหน

ถ้าคู่ชีวิตในแง่ความรัก เราคงต้องทำความรู้จักกับคนๆนั้นให้ลึกซึ้งฉันใด ถ้าเลือกคู่ชีวิตในแง่ของการทำงานเราคงต้องทำความรู้จักกับแฟลชไดร์ฟฉันนั้น คำเปรียบเปรยที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันแต่มันทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น เพราะการเลือกแฟลชไดร์ฟมาใช้คู่กายซักอันมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกคู่ครอง และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะแฟลชไดร์ฟมักจะอยู่ติดหรือใกล้ตัวเราตลอดเวลา เรียกได้ว่าเจอกันบ่ออยกว่าเมียด้วยซ้ำไป นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเลือกแฟลชไดร์ฟกันให้ดีๆ เพราะอนาคตการงานของเราปัจจุบันนี้มักฝากข้อมูลงานสำคัญไว้ในแฟลชไดร์ฟแทบทั้งสิ้น อย่างนี้ใช่มั้ยที่เขาเรียก “อนาคตอยู่ในมือเรา” เราเลยจำเป็นจะต้องมีข้อมูลในการเลือกซื้เลือกใช้กันพอสมควร อันแรกเลยคงต้องดูที่ความจุ ความจุของแฟลชไดร์ฟขอบอกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งยี่ห้อดังๆยิ่งหนาวไปถึงกระดูกต้นคอกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเราควรเลือกความจุให้เหมาะสมกับปริมาณงานและการใช้งานจะดีกว่า เพราะถ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับราคา ก็ไม่ต่างอะไรกับการทิ้งเงินลงทะเลเปล่าๆ เช่น ถ้าเป็นพนักงานออฟฟิตหรือนักเรียนนักศึกษา หรือใช้เก็บพวกเพลงต่างๆไว้ฟังในรถ ใช้ความจุเพียงแค่ 4-8 กิ๊กก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเน้นเอาไว้ใช้งานเก็บพวกรูปภาพต่างๆก็ขยับขึ้นมาหน่อยเป็น 8 กิ๊ก ข้อต่อมาคงต้องมองความเร็วในการเชื่อมต่อ โดยทั่วไปถ้าตัวเชื่อมต่อเป็น USB เวอร์ชั่น 2.0 ก็ถือว่าดีมากแล้ว สำหรับการใช้ในงานเอกสารต่าง ๆ ส่วนเวอร์ชั่น 3.0 คงต้องให้เป็นงานพวกไฟล์ขนาดใหญ่เช่นรูปภาพหนัง อีกข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงนั่นคือ ขนาดและดีไซน์ อันนี้ขึ้นออยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่โดยหลักๆแล้วคงต้องมองว่าขนาดของแฟลชไดร์ฟที่ใหญ่เกิดไปหรือมีดีไซน์ที่เยอะแบบเว่อร์วังอลังการ อาจจะไปบังพอร์ทของช่องอื่นๆทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งต้องขอบอกว่าเป็นความผิดอย่างแรง เพราะมันจะกลายเป็นเนื้องอกของเครื่องคอมของเราทันที อีกข้อที่น่าสนใจ การรับประกันตัวแฟลชไดรฟ์ เมื่อเกิดความเสียหายหรือใช้งานไม่ได้ เราสามารถส่งเคลมสินค้าได้ทันที ถึงแม้ว่างานจะเสียหายไปด้วยแต่อย่างน้อยๆเราก็ได้อุปกรณ์เก็บข้อมูลอันใหม่มาใช้งาน เงินไม่สูญเปล่าแน่นอน ส่วนสุดท้ายเป็นคุณสมบัติพิเศษอื่นที่ทำให้แฟลชไดร์ฟของเราดูทรงคุณค่ามากขึ้น เช่น มีโปรแกรมสแกนลายนิ้วมือเจ้าของ […]

ใช้แฟลชไดร์ฟอย่างถูกวิธี

ใช้งานแฟลชไดร์ฟ อย่างถูกวิธี ชีวิตนี้ไม่มีพัง

แฟลชไดรฟ์หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ที่ใช้เพียงช่วยในการโอนถ่ายข้อมูล จากกล้อง จากมือถือ หรืออุปกรณ์ ไอทีต่างๆเท่านั้น การใช้งานของเราจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจมากว่า แฟลชไดรฟ์ จะทนมือทนเท้าเราไปได้อีกนานเท่าไหร่ ยิ่งเดี๋ยวนี้ แฟลชไดรฟ์ มีออกมามากมายหลายแบบให้เราเลือกใช้ และ แทบทุกอุปกรณ์ไอทีต้องมี พอร์ท USB ติดมาด้วยเสมอ เพื่อให้เราใช้งานได้อย่างง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว เจ้าอุปกรณ์เก็บข้อมูลตัวนี้ ใช้งานได้อยางยาวนานเกินกว่าที่เราจะรู้ด้วยซ้ำไป โดยทฤษฏีแล้ว อายุการใช้งานของมันมากโขอยู่ทีเดียว ซึ่ง จากข้อมูล สามารถใช้ได้ถึง ล้านครั้ง มันมากใช่ไหมละ แต่เรารู้อีกหรือเปล่าว่า ถอด 1 ครั้ง เสียบ อีกครั้ง ก็เท่ากับ 2 ครั้งเข้าไปแล้ว และ การทำงานที่ต้องมีการทำติดกันเช่น การใช้งานฟังชั่นต่าง ๆ ใน word excel หรือ โปรแกรมอะไรก็แล้ว แต่ทุกระยะการทำงานก็นับ หนึ่งครั้ง แปลว่า อายุมันก็ไม่ได้ยาวมากขนาดนั้นนั่นเอง และเพราะ ทุกการใช้งานต้องมีไฟเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ แฟลชไดรฟ์จึงยิ่งมีอายุสั้นเข้าไปอีก เพราะความเสื่อมจากการสปาร์คของประจุไฟนั่นเอง […]