แทนคำขอบคุณด้วยแฟลชไดร์ฟ

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัยสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราล้วนได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังได้มีการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือแฟลชไดร์ฟ เป็นต้น ซึ่งถ้าหากพูดถึง แฟลชไดร์ฟ แล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนโดยส่วนทราบกันดีว่ามันมีความสำคัญอย่างมากต่อชีวิตการทำงานการเรียน เนื่องจาก แฟลชไดร์ฟ นั้นเปรียบเสมือนได้กับสมองในส่วนซีรีบรัมของมนุษย์ หรือเป็นเหมือนฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะ แฟลชไดร์ฟ ถูกผลิตขึ้นให้มีหน้าสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ไมโครซอฟท์ ไฟล์ภาพ หรือไฟล์วีดีโอ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ แฟลชไดร์ฟ นั้นก็สามารถทำหน้าที่อื่นๆ ได้เช่นกัน อาทิ เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณในโอกาสต่างๆ หรืออาจจะเป็นสื่อกลางในการทำการตลาดซึ่งสามารถช่วยโฆษณาชื่อเสียงของร้านค้าหรือบริษัทได้เช่นกัน ซึ่งคุณประโยชน์ต่างๆ เช่นที่ได้ยกตัวอย่างไปนั้นน้อยคนนักที่จะสามารถคาดหมายได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อถึงสิ้นปีหากบริษัททำกำไรได้ก็อาจจะมีโบนัสให้กับพนักงาน นอกจากนี้ถ้าบริษัทนั้นๆ เลือกที่จะสั่งผลิต แฟลชไดร์ฟ แจกจ่ายให้กับพนักงานก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะพนักงานในบริษัทโดยส่วนใหญ่แล้วต้องมี แฟลชไดร์ฟ ไว้ใช้งานกันเกือบทุกคน หรือถ้าเขาอาจจะมอบให้ใครไปก็จะทำให้คนอื่นๆ รับรู้ถึงความมีอยู่ในบริษัทเรา หรือถ้าในวันที่ครบรอบการเปิดร้านค้าหรือในโอกาสสำคัญๆ ของร้านค้า ก็อาจจะสั่งผลิต แฟลชไดร์ฟ ไว้จำนวนหนึ่งเพื่อมอบเป็นของสัมมนาคุณให้กับลูกค้าที่ได้เข้ามาใช้บริการก็ถือว่าเป็นความคิดที่แปลกใหม่ และยังช่วยโปรโมทร้านค้าไปในตัวด้วย เพราะของสัมมนาคุณโดยมากจะเป็นพวกร่ม เสื้อ กระติกน้ำ หรือปฏิทิน เสียมากกว่า ซึ่งถ้าเราหันมาเลือกใช้ แฟลชไดร์ฟ ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในความคิดที่สร้างสรรค์ ซึ่ง แฟลชไดร์ฟ ที่เราสั่งผลิตก็ควรที่จะมีโลโก้หรือสัญลักษณ์ของร้านค้าเพื่อทำให้ลูกค้าจำเราได้ เพราะทุกครั้งที่นำ แฟลชไดร์ฟ มาใช้งานก็จะเห็นโลโก้ของเรา นอกจาก แฟลชไดร์ฟ ควรจะมีโลโก้ของเราแล้ว ยังควรที่จะออกแบบรูปทรงของ แฟลชไดร์ฟ ให้มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครมากกว่าที่จะเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมทื่อๆ ไม่น่ามอง โดยอาจจะผลิตเป็นรูปทรงสัตว์หรือตัวการ์ตูนยอดฮิตและมีกล่องใส่ที่สวยหรูเพื่อทำให้เกิดความประทับใจมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ แฟลชไดร์ฟ ที่เราสั่งผลิตไปนั้นควรเป็น แฟลชไดร์ฟ ที่มีคุณภาพ ใช้งานได้จริง ทนทานมีความแข็งแรง ไม่ใช่ใช้ไปได้ […]

ใช้งานแฟลชไดร์ฟอย่างไรให้ถูกวิธี

แฟลชไดร์ฟ ยังคงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คนทั่วไปนิยมใช้ในการถ่ายโอนข้อมูล เนื่องจากแฟลชไดร์ฟมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก น้ำหนักเบา แต่ให้ความจุสูง สามารถจุงานเอกสารหรือไฟล์รูปภาพได้อย่างเพียงพอต่อและยังสามารถเลือกใช้แฟลชไดร์ฟตามหน่วยความจำที่ต้องการได้ ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้กลายมาเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่หลายๆ คนต้องมีติดตัวไว้เสมอ และในวันนี้บทความของเรามีวิธีการใช้งานแฟลชไดร์ฟที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ ถึงแฟลชไดร์ฟจะเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก แต่ก็มีความทนทานสูง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลซ้ำๆ ได้หลายครั้ง เรียกได้ว่าใช้บันทึกงานได้จนกว่าจะพังกันเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ใช้ง่ายและสะดวกทำให้เราอาจจะเผลอใช้แฟลชไดร์ฟแบบผิดๆ จนเกิดความเสียหายต่อตัวอุปกรณ์หรือที่ร้ายกว่านั้นคือข้อมูลภายในเกิดความสูญหายได้ ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้งานที่ถูกต้องของแฟลชไดร์ฟเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันต่างๆ ค่ะ การใช้งานนั้นสำหรับการเชื่อมต่อต้องเสียบเข้าที่พอร์ท USB เท่านั้น การเสียบแฟลชไดร์ฟกับพอร์ทที่ไม่ได้รับการออกแบบมาโดยตรงอาจทำให้แผงวงจรของอุปกรณ์เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้อีก จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือต้องทำการแสกนไวรัสในแฟลชไดร์ฟก่อนทุกครั้ง เพราะแฟลชไดร์ฟของเราอาจไปติดไวรัสมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้โดยที่ไม่รู้ตัว หากเผลอลืมแสกนไวรัสอาจส่งผลให้ข้อมูลต่างๆ ในคอมของเราเสียหายได้ และสุดท้ายอย่าลืมการถอดแฟลชไดร์ฟออกจากพอร์ตให้ถูกวิธีด้วยการคลิกขวาที่ไอคอนรูปแฟลชไดร์ฟตรงบริเวณมุมล่างของหน้าจอคอม จากนั้นเลือกเมนู Safety Remove Hardware เพื่อทำการยกเลิกการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ จากนั้นให้เลือกคำสั่ง Safety Remove USB Mass Storage Device และรอสักครู่ เมื่อสัญลักษณ์รูปแฟลชไดร์ฟหายไปจึงค่อยทำการดึงออกตามปกติ ทั้งนี้ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ยุ่งยากเลยค่ะ โดยเฉพาะการแสกนไวรัสและการถอดอุปกรณ์ออกให้ถูกวิธี หากเราทำจนชินก็จะคล่องและยังเป็นการยืดอายุการใช้งานรวมถึงป้องกันข้อมูลสำคัญของเราเสียหายอีกด้วย การใช้งานแฟลชไดร์ฟที่ถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรศึกษาให้เข้าใจ เพราะเป็นการป้องกันง่ายๆ ที่จะช่วยไม่ให้ข้อมูลของเราสูญหายไป หรือทำให้แฟลชไดร์ฟพังเสียหายก่อนเวลาอันควร เราควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าววเสมอในการใช้งาน รับรองว่านอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแฟลชไดร์ฟแล้ว ยังช่วยป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และยังช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญต่างๆ ของคุณไม่ให้มีความเสี่ยงในการโดนไวรัสหรือสูญหายจากการพังเสียหายของแฟลชไดร์ฟอีกด้วยค่ะ

จะแก้อย่างไรเมื่อพบว่าแฟลชไดรฟ์ของคุณมี 200MB จากความเป็นจริง

แฟลชไดร์ฟ คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่มีความสามารถในเรื่องของการเก็บข้อมูล โอนถ่ายข้อมูล และสามารถใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้แทบทุกเครื่อง จึงทำให้กลายเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับผู้ที่ต้องทำงานต่างๆผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยปัจจุบันนั้นแฟลชไดร์ฟได้ถูกพัฒนาให้มีความจุที่เยอะขึ้นเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแฟลชไดร์ฟได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่สำหรับบางคนที่ต้องการใช้งานแฟลชไดร์ฟแล้วกลับพบว่าความจุของมันนั้นมีเพียงแค่ 200MB จากในความเป็นที่ต้องสามารถบันทึกงานได้มากกว่า อาการนี้อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุแต่เราสามารถทำการแก้ไขได้ด้วยตนเอง อันดับแรกให้คุณเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย จากนั้นให้ทำการเปิดใช้ Command Prompt โดยพิมพ์ในช่องค้นหาว่า “cmd” จะพบหน้าต่างของ Command Prompt ขึ้นมา หลังจากนั้นให้พิมพ์คำว่า “diskpart” พร้อมกด Enter ซึ่งก่อนที่จะพิมพ์คำสั่งต่อไปคุณจำเป็นที่จะต้องหาตำแหน่งของแฟลชไดร์ฟให้ชัดเจน เริ่มด้วยไปที่ Control Panel เลือกเมนู System and Security เลือกในส่วนของCreate and format hard disk paritionsจะปรากฏหน้าต่างแสดง Disk Management โดยให้คุณมองหา Volume หรือไดรฟ์ของแฟลชไดร์ฟที่ถูดลดขนาดลงเหลือเพียงแค่ 200MB คลิ๊กในตำแหน่งดั่งกล่าวจากนั้นให้สังเกตที่ส่วนด้านล่างจะพบว่ามันถูกจัดไปอยู่ในส่วนของ Disk2 ที่ถูกแบ่ง paritionsให้มีขนาด 200MB จากนั้นเมื่อได้ตำแหน่งแล้วจึงกลับมาที่ Command Prompt พิมพ์คำสั่งว่า diskpartพร้อมกด […]

แฟลชไดร์ฟ คือ มิติใหม่แห่งการเก็บข้อมูล

การเก็บข้อมูลต่างๆในปัจจุบันมักจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องโดยการใช้คอมพิวเตอร์ในการเป็นที่เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งเมื่อข้อมูลมีการปรากฏในคอมพิวเตอร์แล้วเราก็สามารถที่จะเก็บในคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบเก็บข้อมูลได้ แต่หากใครกลัวว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เสียก็สามารถที่จะเก็บในที่อื่นๆได้ อย่างเช่น แผ่นซีดีหรือแฟลชไดร์ฟแฟลชไดร์ฟคำนี้คงคุ้นกันดี แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่สามารถจะเก็บข้อมูลได้อย่างอัจฉริยะเพียงแค่คุณทำการถ่ายโอนข้อมูลที่ต้องการลงไปในแฟลชไดร์ฟเพียงเท่านี้ข้อมูลนั้นก็สามารถที่จะเก็บไว้ได้อย่างยาวนาน แต่ทั้งนี้การเก็บข้อมูลในแฟลชไดร์ฟคุณก็ต้องหมั่นที่จะสแกนไวรัสอยู่เสมอๆอีกด้วย มิเช่นนั้นแล้วไวรัสจะทำลายล้างข้อมูลของคุณได้ จากที่กล่าวมาแล้วว่า แฟลชไดร์ฟคือ อุปกรณ์ที่สามารถจะเก็บข้อมูลได้ มีลักษณะเล็กๆ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เสียบกับช่องของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือช่องของเครื่องโน้ตบุ๊คที่มีไว้ให้สำหรับเสียบแฟลชไดร์ฟโดยเฉพาะ และคุณทราบหรือไม่ว่าข้อมูลที่แฟลชไดร์ฟสามารถเก็บได้นั้นเป็นข้อมูลใดบ้าง เราขออธิบายว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่เป็นทั้งเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น File ของ Microsoft Word, Microsoft Excel หรือแม้แต่ Power Point ก็ตาม นอกจากจะเป็นจำพวกเอกสารในการพิมพ์งานแล้ว ยังมีไฟล์อื่นๆอีก เช่น ไฟล์เพลง ไฟล์วิดีโอ หรือไฟล์รูปภาพ เป็นต้น ถึงอย่างไรก็ดีแม้ว่าแฟลชไดร์ฟจะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถจะบรรจุข้อมูลได้มากมายก็ตามแต่การบรรจุข้อมูลเช่นว่านั้นจะต้องมีขีดจำกัดเช่นกัน ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ ก็เพราะว่าในแต่ละแฟลชไดร์ฟแต่ละอันนั้นนั้นมีความจุที่มีขีดจำกัดนั่นเอง อาทิ 4 GB , 8 GB หรือ 16 GB เป็นต้น ซึ่งหากความจุของแฟลชไดร์ฟนั้นมีความจุที่เต็มแล้วก็จะทำให้การบรรจุข้อมูลของแฟลชไดร์ฟนั้นไม่สามารถที่จะบรรจุข้อมูลลงไปได้ ฉะนั้น ในการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟผู้ใช้งานทั้งหลายก็ต้องมีการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟที่มีความจุพอสำหรับที่คุณต้องการ ถ้ามิเช่นนั้นแล้วการเก็บข้อมูลของคุณก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ จะเห็นได้ว่า แฟลชไดร์ฟเป็น อุปกรณ์ที่เป็นมิติใหม่แห่งการเก็บข้อมูลที่เก็บข้อมูลได้ง่ายมากๆ ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นแบบไหน อย่างเช่น […]

ประเภทของแฟลชไดร์ฟ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งต่างๆ มองหาสิ่งที่ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งในอดีตการบันทึกข้อมูลมักจะใช้การจดบันทึกในเอกสาร ซึ่งกินพื้นที่ในการจัดเก็บและยุ่งยากในการดูแลรักษา ก็ได้พัฒนามาเป็นการบันทึกข้อมูลบนแฟลชไดร์ฟแทน ซึ่งนอกจากประหยัดเนื้อที่แล้วยังจัดสามารถบันทึกข้อมูลได้ในปริมาณมาก การใช้งานก็สะดวกสบาย แฟลชไดร์ฟจัดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล รูปภาพ เพลง เสียง แบบครบครันซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าแฟลชไดร์ฟนอกจากใช้บันทึกข้อมูลได้แล้วยังสามารถใช้งานอย่างอื่นได้อีกด้วย แฟลชไดร์ฟนั้นมีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับการเขียนคำสั่งลงไป หรือตามการผลิต ซึ่งการเลือกใช้งานให้เหมาะสมก็จะช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่แล้วยังสามารถช่วยยืดอายุให้นานขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไว้เพื่อใช้ทำอะไรแนะนำว่าไม่ควรใช้ผิดประเภทอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเอง แฟลชไดร์ฟสามารถแบ่งตามการใช้งานของเป็นหลักสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆดังนี้ แฟลชไดร์ฟเพื่อการบันทึกข้อมูล เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้ในการบันทึกเอกสาร หนัง เพลง รูปภาพ วีดีโอ และอื่นๆอีกมากมาย มีขั้นตอนการใช้งานไม่ยุ่งยาก มีราคาไม่แพง มีหลากหลายความจุให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 2 GB- 60 GB แฟลชไดร์ฟมีลวดลายและรูปร่างที่สวยงามตามแฟชั่น สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ มีความทนทานในระดับปานกลาง แฟลชไดร์ฟเพื่อการเริ่มระบบ ใช้ในการเริ่มโปรแกรมพิเศษต่างๆที่เขียนไว้บนแฟลชไดร์ฟ เมื่อเสียบเข้าไปในคอมพิวเตอร์ตัวโปรแกรมที่ถูกเขียนมาก็จะทำการติดตั้งและรันจำสำเร็จ โดยส่วนใหญ่โปรแกรมที่เขียนไว้จะเป็นโปรแกรมที่มีราคาหรือเปิดให้ทดลองใช้งาน ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนการใช้งานที่ยุ่งยากพอสมควร ตัวแฟลชไดร์ฟไม่มีลวดลายสวยงาม มีเพียงชื่อโปรแกรมหรือโลโก้บริษัทแปะติดไว้เท่านั้น ไม่สามารถบันทึกข้อมูลเพิ่มลงไปได้อีก แฟลชไดร์ฟเพื่อการเชื่อมต่อ หรือที่หลายท่านรู้จักกันในชื่อแอร์การ์ดนั้นเอง ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์อีกเครื่องไปยังอีกเครื่อง ได้รับความนิยมมากใน กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแต่อยู่ในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง หรือสำนักงานที่ใช้การควบคุมส่งข้อมูลในสำนักงาน ช่วยให้การส่งงานเป็นไปง่ายมากขึ้น แฟลชไดร์ฟประเภทนี่ไม่มีลวดลายสวยงาม […]

วิธีการเก็บรักษา Flash Drive ให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกคนในทุกวันนี้เป็นยุคที่ทุกคน ทุกอาชีพไม่ว่าใครๆก็ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์กันหมดและแน่นอนว่าในตอนนี้ต้องมีอุปกรณ์คู่ใจสำหรับพกติดตัวไว้กันอย่างแน่นอน และสิ่งนั้นก็คือ Flash Drive อุปกรณ์สำหรับช่วยในการจัดเก็บหรือถ่ายโอนข้อมูลจากแหล่งหนึ่งมายังอีกแหล่งหนึ่งนั่นเอง ซึ่ง Flash Drive นี้เมื่อเราใช้งานแล้ว เราก็มักจะคิดว่ามันดูแข็งแรงทนทานแล้ว ดูอันเล็กไม่น่ามีอะไร ไม่น่าจะเสียง่าย แต่ขอบอกก่อนเลยว่า Flash Drive จะอยู่ทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดเก็บรักษาของผู้ใช้ โดยวิธีการจัดเก็บรักษา Flash Drive ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นก็มีไม่กี่ข้อดังต่อไปนี้ ไม่วางไว้ใกล้ความร้อน ถ้าหากว่าเรานำ Flash Drive เก็บไว้ใกล้กับบริเวณที่มีความร้อนสูงหรืออุณหภูมิที่สูงมากกว่าปกติ จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานต่างๆลดลง ซึ่งตัว Flash Drive นี้ถ้าหากถูกเก็บไว้ในบริเวณที่มีความร้อนจะทำให้อายุการทำงานเสื่อมลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรเก็บให้ห่างจากวัตถุที่มีความร้อนหรือสถานที่ที่มีอุณหภูมิร้อนๆเพราะอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเสื่อมลงและเสียได้ง่าย ก่อนถอดออกจากคอมพิวเตอร์ ควรทำการปิดไฟล์ทั้งหมดก่อน วิธีนี้ถือว่าเป็นการดูแลรักษา Flash Drive ที่ง่ายที่สุดแต่หลายๆคนมักมองข้าม นั่นคือเมื่อผู้ใช้คิดจะถอด Flash Drive ออกจากคอมพิวเตอร์ ควรจะมีการเช็คไฟล์ที่เปิดไว้ก่อนว่าเหลืออะไรไหมที่ยังไม่ได้ปิด แล้วทำการปิดไฟล์ต่างๆจาก Flash Drive ก่อน เพราะถ้าหากดึง Flash Drive ออกมาทันที นอกจากจะทำให้ไฟล์งานเสียหายแล้วอุปกรณ์เก็บไฟล์งานก็จะเสียได้เช่นกัน เพราะอาจจะเกิดการกระชากไฟฟ้าและทำให้ข้อมูลเสียหายได้ หลีกเลี่ยงจากน้ำและความชื้น เพราะว่าเป็นเรื่องธรรมดาเลยที่ใครๆก็รู้กันว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ทุกชนิดนั้น ห้ามโดนน้ำหรือความชื้นเด็ดขาดเพราะอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่สามารถทำงานได้เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำหรือความชื้น ซึ่ง Flash Drive เองก็เช่นกัน ดังนั้นการดูแลรักษาที่ดี จึงไม่ควรให้ Flash Drive โดนน้ำหรือเก็บให้ห่างจากความชื้นนั่นเองเพื่อป้องกันการนำไปใช้งานแล้วเกิดไฟฟ้ารัดวงจร แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่าไม่สามารถเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิสูงได้เช่นกัน ควรหาที่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสมในการจัดเก็บ Flash Drive […]

แฟลชไดร์ฟกับประโยชน์ที่คุณควรมีแฟลชไดร์ฟไว้ครอบครอง

อุปกรณ์เสริมไอทีแต่ละชนิดนั้นก็มีส่วนช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายมากขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยเสริมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันนั่นเอง อย่างเช่น แฟลชไดร์ฟที่ใช้บันทึกข้อมูลต่างๆ ซึ่งช่วยให้เราทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการแฟลชไดร์ฟกันดีกว่า ประโยชน์ข้อแรก นั่นคือ คุณสามารถเปิดใช้ข้อมูลได้ในทุกเวลาที่ต้องการ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็นำแฮนดี้ไดร์ฟไปเสียบเข้าช่องยูเอสบีและเปิดได้ทันที ไม่ว่าไฟล์แบบไหนก็ไม่ต้องพกฮาร์ดดิสก์หรือเครื่องบันทึกอย่างอื่นให้เกะกะแค่มีแฮนดี้ไดร์ฟอันเล็กก็ทำได้แล้ว นอกจากนี้ในแฟลชไดร์ฟเราสามารถติดตั้งโปรแกรมได้หลายแบบมาก อย่างเช่น การใส่พอร์ตเทเบิ้ลเพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆมาติดตั้งไว้ในแฮนดี้ไดร์ฟ ซึ่งทำให้คุณนั้นเรียกโปรแกรมที่ไม่มีในคอมพิวเตอร์มาใช้ได้แค่เสียบในช่องยูเอสบีเท่านั้น เพิ่มความสะดวกให้คุณได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้เรายังสามารถใช้แฟลชไดร์ฟในการเก็บข้อมูลลับของเราได้ด้วย เพียงแต่ต้องศึกษาวิธีว่า ทำอย่างไรบ้าง เพราะว่าต้องมีการใส่รหัสทุกครั้งเมื่อเราจะใช้งานแฮนดี้ไดร์ฟด้วย คุณสามารถมียูเอสบีกี่อันก็ได้ เพราะว่ามีราคาไม่แพง แถมยังมีความจุที่หลากหลายให้เลือกกันด้วย บางคนก็ใช้แฟลชไดร์ฟในการโฆษณาแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักอย่างเช่น แฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยม ซึ่งหลายแบรนด์นิยมทำออกมาเพื่อสมนาคุณลูกค้าหรือว่าทำโฆษณาให้ลูกค้าบางกลุ่มนำไปใช้ เพื่อให้แบรนด์ของตนเป็นที่รู้จัก ซึ่งถือว่าเป็นการทำโฆษณาที่ประหยัดมากๆ และลูกค้าก็สามารถใช้งานได้จริง หรือบางคนอาจนำไปเป็นของสะสมก็ได้ แฟลชไดร์ฟนั้นเหมาะกับวัยเรียน วัยทำงาน  จึงถึงวัยชราเลยล่ะ เพราะใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป วัยเรียนและวัยทำงานก็อาจจะใช้มากหน่อย เพราะว่าต้องมีการจัดทำข้อมูลตลอดเวลาแต่ถ้าวัยชราก็อาจจะไว้แค่ดูหนัง ฟังเพลงก็ได้ แต่รับรองเลยว่า ทุกคนต้องมีแฟลชไดร์ฟอย่างน้อย 1 ตัวในชีวิต ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของแฟลชไดร์ฟที่ทุกคนควรรู้ เพื่อจะทำให้เห็นคุณค่าในเรื่องของการใช้งานและทะนุถนอมรักษาให้ใช้งานได้ยาวนานที่สุด เพราะถ้าเราใช้งานหรือรักษาอย่างถูกวิธี แฟลชไดร์ฟของเราก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอยู่เสมอๆ ไม่ใช่พอเปิดแล้วอ่านข้อมูลได้ก็จะยิ่งทำให้อารมณ์เสียเปล่าๆ จึงควรที่จะดูแลรักษาอย่างดีที่สุด แฟลชไดร์ฟมีหลายอันได้ แต่บางครั้งข้อมูลบางอย่างมีแค่ไฟล์เดียว เพราะฉะนั้นการสำรองไฟล์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นเดียวกัน

วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้กับแฟลชไดร์ฟ

ปัจจุบันแฟลชไดร์ฟถูกใช้สำหรับเก้บข้อมูลที่สำคัญต่างๆมากมาย หลายคนมักจะใช้แฟลชไดร์ฟเพื่อทำการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่อง แต่นั้นอาจจะเป็นสาเหตุให้แฟลชไดร์ฟของคุณไม่ปลอดภันเพราะแฟลชไดร์ฟที่ดีจะต้องมีความปลอดภัยของข้อมูลภายในเป็นหลัก ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเพิ่มความปลอดภัยให้กับแฟลชไดร์ฟของคุณเอง สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสำคัญนั่นคือไวรัสตัวร้ายที่จ้องจะทำลายข้อมูลและแฟลชไดร์ฟของคุณนั้นเอง ทำไมไวรัสจึงเป็นสิ่งที่ควรกังวลเพราะอย่าลืมว่าเราต้องใช้แฟลชไดร์ฟสำหรับเสียบเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ซึ่งเราไม่อาจจะทราบได้เลยว่าจะมีไวรัสตัวร้ายติดมาทำลายข้อมูลหรือไม่ ฉะนั้นสิ่งที่คุณควรจะมีไว้นั่นคือการติดตั้งโปรแกรมสำหรับกำจัดและป้องกันไวรัสซึ่งเราอยากแนะนำโปรแกรม ClevXDriveSecurity™ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมจากบริษัทESET ผู้ผลิตโปรแกรมไวรัสบนคอมพิวเตอร์ชื่อดัง โปรแกรมนี้สามารถทำการแสกนไวรัสมาลแวร์ และสปายแวร์ต่างๆได้อย่างครบถ้วน เพียงคุณนำไฟล์โปรแกรมเก็บไว้ในแฟลชไดร์ฟอันโปรดของคุณโดยไม่จำเป้นต้องติดตั้งลงไปในแฟลชไดร์ฟเลยแม้แต่น้อย ข้อมูลต่างๆและแฟลชไดร์ฟของคุณก็จะปลอดภัยจากไวรัสได้ไม่ยากอย่างที่คิด ต่อมาคือการสร้างความปลอดภัยด้วยการล๊อคเพื่อไม่ให้ผู้ใช้รายอื่นๆเข้าถึงข้อมูลของคุณได้นั่นเอง ให้คุณมองหาโปรแกรมสำหรับล๊อคแฟลชไดร์ฟอย่าง USB SafeGuardหรือUSB Flash Securityซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมยอดฮิตในการสร้างความปลอดภัยให้กับแฟลชไดร์ฟเลยทีเดียว โปรแกรมเหล่านี้จะทำการติดตั้งเพื่อสร้างระบบความปลอดภัยและล็อคการใช้งาน จึงทำให้ผู้ใช้คนอื่นที่ไม่ทราบรหัสไม่สามารถเปิดเข้าใช้งานไฟล์หรือโฟลเดอร์ต่างๆในแฟลชไดร์ฟได้ ไม่ว่าเขาจะพยายามเปิดมันด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการล็อคข้อมูลไฟล์ต่างๆและเข้ารหัสให้แบบอัตโนมัติ ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าต่างๆตามที่ต้องการ ทั้งรหัสผ่าน วิธีการล๊อค หรือตั้งตำถามในกรณีที่ลืมรหัสตัวเลือกสุดท้ายคือเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟที่มีระบบป้องกันข้อมูลในตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งในปัจจุบันได้มีหลายผู้ผลิตให้ความสำคัญในจุดนี้ ยกตัวอย่างเช่น IRONKEY, Defender Elite, Contour by SanDisk และ diskGOซึ่งได้ออกแบบให้สามารถป้อกงันการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติ ด้วยวิธีการเหล่านี้อาจจะช่วยทำให้แฟลชไดร์ฟของคุณมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ว่าจะไม่ถูกรบกวนจากไวรัสและการเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่ไม่ต้องการได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานแฟลชไดร์ฟของคุณโดยมาควรเสียบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่คุณไม่รู้จักหรือหลายเครื่องมากจนเกินไป จะช่วยทำให้แฟลชไดร์ฟของคุณมีความปลอดภัยและใช้งานได้อย่างไม่เกิดความเสียหายกับข้อมูล  

Flash Drive คืออะไร ?

ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกคนต้องเคยเห็นเจ้าอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่ใจในการทำงานกันเลยทีเดียว และเจ้าอุปกรณ์แท่งเล็กอันนี้ก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปทั้งๆที่คุณสมบัติและการทำงานของมัน เรียกได้ว่าเหมือนกันไปหมด แต่ชื่อของมันกลับมีออกมามากถึง4ชื่อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Flash Drive, Handy Drive, USB Drive, และ Thumb Drive ซึ่งอุปกรณ์ที่เรียกว่า Flash Driveนี้เป็นอุปกรณ์ที่ไว้ใช้สำหรับเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อทำการจัดการกับข้อมูลต่างๆโดยเฉพาะการคัดลอกข้อมูลไปมา พูดง่ายๆว่า Flash Driveเป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลโดยใช้หน่วยความจำแบบแฟลชและทำงานร่วมกับ USB ทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เหมาะกับการพกพามากที่สุด และยิ่งในทุกวันนี้ Flash Driveได้มีการดีไซน์ออกแบบในรูปแบบต่างๆมากมาย และมีความจุหลายขนาดให้ผู้ใช้ได้เพิ่มโอกาสในการเลือกซื้อได้มากขึ้นตามความเหมาะสมและความชื่นชอบ โดยความจุของ Flash Driveปัจจุบันมีตั้งแต่ 2GB ไปจนถึง 2TB เลยทีเดียว นอกจากนี้ Flash Driveยังสามารถเข้าเชื่อมต่อทำงานได้กับระบบปฏิบัติการทุกระบบ ในส่วนของตัว Flash Driveนั้นแท้จริงแล้ว Flash Driveมีหน่วยความจำของตัวเองอยู่ ซึ่งหน่วยความจำนี้จะถูกเรียกว่าเป็น สมองของ Flash Driveนั่นหมายถึง หน่วยความจำแฟลช(Flash Memory) คือส่วนสมองหลักของ Flash Drive หมายความว่าตัว Flash […]

Mini PC คอมพิวเตอร์สมัยใหม่

ปกติแล้ว แนวคิดในเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์มักจะเป็นในแง่ที่ว่า ต้องมีขนาดที่ใหญ่ และสำหรับพวกอุปกรณ์อย่างโน๊ตบุ๊คถือว่าเป็นอะไรที่ไม่คู่ควรต่อการใช้งานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ หรือเป็นการ ทำงานหนักจริงๆจังๆ อาจจะเป็นเพราะ ลักษณะที่ไม่สามารถระบายอากาศได้ดี หรือ อาจจะเป็นเพราะ ลักษณะที่ไม่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากช่องหัวปลั๊กต่อ USB ที่เรามักจะใช้ในการโอนถ่ายข้อมูลด้วย แฟลชไดร์ฟ ไม่ว่าจะข้อไหนก็ตาม แนวคิดในเรื่องของ Mini PC ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ห่างไกลอยู่ดี แต่ถ้านั่นเป็นเมื่อ 10 ปี ที่แล้วนะ Mini PC ในยุคปัจจุบัน ไมว่าจะเป็นอย่างรุ่น Kangaroo Plus Mobile Desktop ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าประหลาดใจ หรือ จะน้องจิ๋วอย่าง Intel Computer Stick ซึ่งถึงแม้ว่าจะดูเล็กจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันยังมีออพชั่นพื้นฐานอย่าง ช่อง USB สำหรับการโอนถ่ายข้อมูลด้วย แฟลชไดร์ฟ ด้วยเหมือนกัน หรือถ้าหากว่าคุณเป็นนักพัฒนาอิสระแล้วล่ะก็ โครงการอย่าง Raspberry Pi ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการสร้าง Mini PC ด้วยตัวเองได้เหมือนกัน อย่างที่เราได้พูดถึงไปนั่นแหละ ว่าในยุคสมัยนี้ […]

แฟลชไดร์ฟ หรือ ไมโคร SD

เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว สื่อในการจัดเก็บข้อมูลระหว่าง ถูก-แพง คือ ดิสก์เก็ต-แผ่นซีดี/ดีวีดี แต่สำหรับในปัจจุบันนี้ เราได้เปลี่ยนไปกลายเป็นระหว่าง แฟลชไดรฟ์-ไมโคร SD แทน สำหรับบทความนี้เราจะมาว่าถึงการเปรียบเทียบ ตัวเก็บข้อมูลสองตัวให้หลังอ่าง แฟลชไดรฟ์ กับ ไมโคร SD ว่ามีความต่าง และความเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างไรได้บ้าง แฟลชไดร์ฟ ตามเทคนิคแล้ว USB แฟลชไดร์ฟ คือ ตัวรับส่งข้อมูลที่สามารถถอด-ใส่ได้ผ่านทางหัวปลั๊กเชื่อมต่อ USB โดยส่วนมากแล้ว แฟลชไดร์ฟ จะสามารถเข้ากันได้กับระบบส่วนใหญ่ที่มีหัวปลั๊ก USB ติดตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วินโดว์, แม็ค หรือ ลินุกซ์ก็ตามโดยข้อมูลที่สามารถจัดเก็บได้มีตั้งแต่ขั้นต่ำสุด 128 MB ถึง 1 TB ในยุคปัจจุบัน โดยหัวปลั๊กที่รองรับ แฟลชไดร์ฟ ในยุคปัจจุบันคือ หัวต่อแบบ 2.0 และ 3.0 ซึ่งที่หัวต่อแบบไหม่สุด จะช่วยทำให้การส่งถ่ายข้อมูลได้ไหวขึ้น และรวมไปถึงรับข้อมูลที่ต้องรับส่งได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งตัว แฟลชไดร์ฟ […]